รายละเอียดจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ
กลุ่มเป้าหมาย เป็นสตรีไทยอายุ 30–59 ปี และสตรีอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงทุกคน ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ทั้ง 16 อำเภอ ที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกภายในระยะเวลา 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2568) จำนวน 245,369 คน
ปัญหาในพื้นที่ซึ่งเป็นที่มาของโครงการเรือธง
มะเร็งปากมดลูก เป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลก พบมากเป็นลำดับที่ 2 ในสตรีไทย มีสาเหตุหลักเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillorma Virus (HPV) ซึ่งติดต่อทางเพศสัมพันธ์ สายพันธุ์ความเสี่ยงสูง 14 สายพันธ์ที่เป็นสาเหตุของมะเร็ง แต่ละปีประเทศไทยจะพบผู้ป่วยมะเร็งปากมดลูกรายใหม่ ปีละประมาณ 9,999 ราย และเสียชีวิตประมาณ 5,216 ราย อัตราการเสียชีวิตของสตรีไทยเพิ่มจาก 7 คน/คน/วัน เป็น 14 คน/วัน และคาดการณ์ว่าปี พ.ศ.2568 จำนวนผู้ป่วยรายใหม่จะสูงขึ้นปีละ 13,082 คน เสียชีวิต 7,871 คน หรือวันละ 21 คน ในปี 2564 สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ จึงได้ออกประกาศให้การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยวิธี HPV DNA test บรรจุอยู่ในชุดสิทธิประโยชน์ โดยกลุ่มเป้าหมายคือสตรีไทยอายุ 30-60 ปี ทดแทนวิธี PAP Smear
จากข้อมูลระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา พบว่า มีกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-60 ปี จำนวนทั้งสิ้น 245,369 คน มีอัตราความครอบคลุมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกสะสม 5 ปี ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งจากการวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาตามกรอบ Health System 6 Building Blocks + 1 Plus พบว่า
Service Delivery (การจัดบริการ)
อัตราความครอบคลุมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมายสะสม 5 ปี ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ร้อยละ 12.13 (เกณฑ์ร้อยละ 25) และพบว่า กลุ่มสิทธิประกันสังคมและข้าราชการเข้าถึงบริการเพียงร้อยละ 40-50 (สปสช.,2567) ไม่มีระบบ continuum of care ที่เชื่อมโยงการคัดกรอง–ยืนยันผล–รักษา ส่งผลให้ผู้ป่วยตกหล่นจำนวนมาก (ไม่ได้ตรวจ LBC 655 ราย และ Colposcope 291 ราย) อีกทั้งระบบบริการยังถูกยึดติดกับตัวชี้วัดเชิงปริมาณและการเบิกจ่าย ขาดการบูรณาการของภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
Health Workforce (กำลังคนด้านสุขภาพ)
บุคลากรสาธารณสุขมีจำนวนจำกัดและภาระงานสูง ทำให้ไม่สามารถดำเนินงานเชิงรุกได้เต็มที่ เจ้าหน้าที่บางส่วนขาดความตระหนักและแรงจูงใจ ขาดการบูรณาการ มุ่งเน้นเพียงการทำงานให้ตอบโจทย์ตัวชี้วัดและการเบิกจ่าย มากกว่าผลลัพธ์ต่อสุขภาพประชาชน ส่งผลให้การดำเนินงานขาดความต่อเนื่องและคุณภาพ
Health Information System (ระบบข้อมูลสุขภาพ)
ไม่มีการบูรณาการและเชื่อมต่อระบบข้อมูลระหว่างหน่วยที่เกี่ยวข้อง (หน่วยเก็บ–หน่วยอ่านผล–หน่วยรักษา–หน่วยเบิกจ่าย) ข้อมูลรายงานมีความล่าช้า ไม่สามารถติดตามผู้ป่วยที่ผลตรวจเป็นบวกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบระบบเน้นเพียงเชิงปริมาณ ไม่สะท้อนคุณภาพของบริการและผลลัพธ์ต่อผู้ป่วยอย่างเป็นรูปธรรม
Medical Products & Technologies (ยา เวชภัณฑ์ และเทคโนโลยี)
การเข้าถึงเครื่องมือทางการแพทย์ในการตรวจยืนยันและรักษา (LBC และ Colposcope) ยังจำกัดอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ ทำให้เกิดความล่าช้าและผู้ป่วยตกหล่น ขณะที่การเบิกจ่ายและการกระจายชุดตรวจ HPV Self-sampling จาก รพ.แม่ข่ายไปยัง รพ.สต.มีข้อจำกัดทั้งด้านจำนวนและระยะเวลา ทำให้ไม่สามารถขยายบริการเชิงรุกได้ตามความจำเป็น
Financing (การเงินการคลัง)
การออกแบบระบบจ่ายชดเชยที่ไม่ได้ผูกกับคุณภาพและผลลัพธ์ทางสาธารณสุข โดยเฉพาะขั้นตอนตรวจยืนยันและติดตามผู้ป่วย ซึ่งทำให้หน่วยบริการไม่เห็นความคุ้มค่าในการลงทุนจัดระบบติดตามที่ต่อเนื่องอย่างจริงจัง นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดด้านงบประมาณในการจัดซื้อชุดตรวจ และไม่สามารถเบิกจ่ายในบางช่วงเวลาได้ ส่งผลให้ความต่อเนื่องของบริการขาดหาย
Leadership & Governance (ภาวะผู้นำและธรรมาภิบาล)
ผู้บริหารทุกภาคส่วนยังให้ความสำคัญประเด็นดังกล่าวน้อย ไม่มีผู้นำในการผลักดันเชิงนโยบายอย่างต่อเนื่องและจริงจัง ขาดกลไกกลางและเป้าหมายกลางในการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ทำงานแบบแยกส่วน ไม่มีทีมกลางในการประสานงานและบริหารจัดการเชิงระบบ ทำให้เกิดความซ้ำซ้อนและช่องว่างในระบบ
People Participation (+1 การมีส่วนร่วมของประชาชน)
กลุ่มเป้าหมายยังมีความรู้และความตระหนักเกี่ยวกับมะเร็งปากมดลูกต่ำ เนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสารเพื่อสร้างความตระหนักอย่างจริงจังและต่อเนื่องมีน้อย รวมถึงปัญหาด้านความเชื่อ ความอาย วัฒนธรรม และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการ (ระยะทาง เวลา ค่าใช้จ่ายแฝง) ส่งผลให้อัตราการเข้ารับการตรวจคัดกรองต่ำ และไม่สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคที่ควรครอบคลุมระดับประชากร
ขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการเรือธง
1. กลุ่มเป้าหมาย
กลุ่มเป้าหมาย เป็นสตรีไทยอายุ 30–59 ปี และสตรีอายุต่ำกว่า 30 ปี ที่มีความเสี่ยงสูงทุกคน ในพื้นที่นำร่อง 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอนาทวี (จำนวน 6,849 คน) อำเภอควนเนียง (จำนวน 4,294 คน) และอำเภอสิงหนคร (จำนวน 12,912 คน) ที่ยังไม่ได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกภายในระยะเวลา 5 ปี (ตั้งแต่ปี 2564 - 2568) จำนวน 31,281 คน
2. กิจกรรม
Service Delivery (การจัดบริการ)
พัฒนาระบบ continuum of care เชื่อมโยงการคัดกรอง–ตรวจยืนยันผล–รักษา–ติดตาม โดยกำหนด fast track สำหรับผู้ผลบวก
ขยายบริการเชิงรุก โดยใช้ HPV Self-sampling Mobile Unit ร่วมกับ อสม., โรงงาน, สถานศึกษา และจุดรับ–ส่งในชุมชน
บูรณาการบริการข้ามภาคส่วน : สสจ.สงขลา , ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา , รพ.ของรัฐทั้ง 16 อำเภอ, รพ.มอ.หาดใหญ่ ,รพ.กรุงเทพ-หาดใหญ่ , สปสช.เขต 12 สงขลา , ศึกษาธิการจังหวัดสงขลา และสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดบริการ
ปรับระบบติดตามจาก “เน้นปริมาณ” สู่ “เน้นคุณภาพและผลลัพธ์ผู้ป่วย”
Health Workforce (กำลังคนด้านสุขภาพ)
แสวงหาหุ้นส่วนการพัฒนา MOU ภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง (ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา, สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา , สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา และสมาคมแม่บ้านสาธารณสุข สาขาจังหวัดสงขลา )
ตั้งทีม Cervical Cancer Care Coordinator (C-4 Songkhla) ประกอบด้วย รพสต., รพ., โรงงาน, โรงเรียน เพื่อดูแลผู้ป่วยต่อเนื่อง
จัดอบรมเพิ่มศักยภาพบุคลากร ทั้งทีมสหวิชาชีพ, พยาบาลโรงงาน, ครู ให้สามารถสื่อสาร อธิบาย และช่วยเหลือการตรวจ HPV Self-sampling ได้
จัดทำ Incentive program ให้หน่วยบริการและบุคลากรที่สามารถเพิ่ม coverage และลดผู้ป่วยตกหล่น
จัดระบบ Outsource LAB (LBC) สนับสนุน รพ.ชุมชน ลดภาระโรงพยาบาลใหญ่และลดเวลารอผล
Health Information System (ระบบข้อมูลสุขภาพ)
ร่วมกับ สสจ.สงขลา และ มอ.หาดใหญ่ พัฒนาระบบ Integrated Digital Registry เชื่อมต่อ JHCIS–รพ.–รพสต.–สปสช.–เอกชน
ใช้ Dashboard Online ติดตาม coverage และสถานะผู้ป่วยแบบเรียลไทม์
พัฒนา AI-assisted recall system แจ้งเตือนกลุ่มเป้าหมายผ่าน LINE OA / แอปเฉพาะ
กำหนดตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เช่น อัตราผู้ป่วยตกหล่น, อัตราการรักษาครบ, ระยะเวลาจากคัดกรองถึงรักษา
3. ข้อตกลงในการทำงานร่วมกันระหว่างองค์การบริหารส่วนจังหวัดกับหน่วยงานสังกัดกระทรวงสาธารณสุข
อบจ.สงขลา - เป็นหน่วยประสานและบริหารจัดการเชิงระบบ กำหนดนโยบาย สนับสนุนงบประมาณ พัฒนาระบบดิจิทัล (Registry, Dashboard, AI recall) และสร้างแรงจูงใจบุคลากร พร้อมติดตามและประเมินผล
จังหวัดสงขลา – ผู้นำสูงสุด ขับเคลื่อนนโยบาย กำกับการทำงานทุกภาคส่วน สื่อสารสาธารณะ และบูรณาการโครงการเข้ากับนโยบายพัฒนาคุณภาพชีวิต
สปสช. เขต 12 สงขลา – สนับสนุนงบประมาณ กลไกการจ่ายตามสิทธิประโยชน์ และร่วมพัฒนาระบบข้อมูลกลาง พร้อมตรวจสอบการเบิกจ่ายตามมาตรฐาน ตรวจสอบ+คืนข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง
สสจ.สงขลา – สนับสนุนวิชาการ มาตรฐานการตรวจ และการจัดหาชุดตรวจ HPV Self-sampling พัฒนาศักยภาพบุคลากร และติดตามกำกับการดำเนินงานในพื้นที่
ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 12 สงขลา – ห้องปฏิบัติการหลัก ตรวจ HPV DNA และ LBC กำกับมาตรฐานคุณภาพ ถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนนวัตกรรม และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงระบาดวิทยาเพื่อกำหนดนโยบาย ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง
สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดสงขลา – ขับเคลื่อนงานรณรงค์ในชุมชน ระดมอาสาสมัคร สร้างแรงจูงใจ และกระจายการเข้าถึงชุดตรวจสู่ครัวเรือน
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา – ประสานสถานศึกษา จัดกิจกรรมสร้างความรู้ ส่งเสริมบุคลากรหญิงตรวจคัดกรอง และบรรจุเนื้อหาสุขภาพในหลักสูตร/กิจกรรมเสริม
สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสงขลา – สนับสนุนการเข้าถึงแรงงานหญิง จัดเวลา–พื้นที่ในสถานประกอบการ ส่งเสริม CSR และจัดกิจกรรมสุขภาพในโรงงาน ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง
สมาคมแม่บ้านสาธารณสุข จังหวัดสงขลา – แกนนำสตรีต้นแบบ จัดกิจกรรมรณรงค์เชิงสร้างสรรค์ ใช้กลไก Peer Support และเครือข่ายอาสาสมัครร่วมกับ อสม. และกาชาด
โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (คณะแพทยศาสตร์) – พัฒนาระบบเทคโนโลยีสนับสนุนโครงการ (Registry, Dashboard, AI recall) เชื่อมโยงเครือข่ายบริการและข้อมูล ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง
โรงพยาบาลกรุงเทพ-หาดใหญ่ – ภาคเอกชนสนับสนุนข้อมูลเข้าระบบ Registry จัดหาชุดตรวจ HPV Self-sampling และให้บริการตรวจ/ยืนยันผลในรูปแบบ Outsource ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบกลาง
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหรือผลการดำเนินการ
ผลผลิตที่คาดหวัง (Expected Outputs)
กิจกรรม/สิ่งที่จะเกิดขึ้นจากการดำเนินงาน
มีระบบ continuum of care เชื่อมโยงการคัดกรอง–ตรวจยืนยัน–รักษา–ติดตาม พร้อม fast track สำหรับผู้ผลบวก
การขยายการให้บริการคัดกรองเชิงรุก โดยใช้ HPV Self-sampling Mobile Unit ในโรงเรียน โรงงาน และชุมชน
มีการแต่งตั้งทีมประสานงาน C-4 Songkhla (Care Coordinator) ระดับพื้นที่
การพัฒนาระบบ Integrated Digital Registry + Dashboard Online + AI recall สำหรับติดตามผู้ป่วยแบบเรียลไทม์
กระจาย HPV Self-sampling kits เพียงพอ ครอบคลุมพื้นที่ทุกอำเภอ
จัดอบรมและพัฒนาศักยภาพบุคลากร อสม. ครู พยาบาลโรงงาน เพื่อสนับสนุนการตรวจและการสื่อสารกับประชาชน
มีการจัดแคมเปญสร้างความรู้และแรงจูงใจ ผ่านสื่อออนไลน์–ออฟไลน์ ร่วมกับองค์กรสตรี ผู้นำท้องถิ่น และภาคเอกชน
ทดลองใช้ CSR Health Project ในโรงงานและสถานประกอบการ เพื่อขยายการเข้าถึง
ผลลัพธ์ขั้นกลาง (Intermediate Outcomes)
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับประชาชนและระบบบริการ
อัตราความครอบคลุมการคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมาย เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50% ภายใน 2 ปี
ลดอัตราการตกหล่นของผู้ป่วย จากระบบตรวจยืนยันและการรักษา (เช่น LBC, Colposcope)
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ และทัศนคติที่ดี ต่อการตรวจคัดกรอง ลดอุปสรรคด้านความเชื่อ ความอาย และเวลา
หน่วยบริการและบุคลากรมี แรงจูงใจสูงขึ้น จากระบบจูงใจทางการเงิน (Incentive-based payment)
ความพึงพอใจของประชาชนต่อบริการ เพิ่มขึ้น (เข้าถึงง่าย ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน รวดเร็ว ปลอดภัย)
ภาคีเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนทำงานแบบ บูรณาการ มีเป้าหมายร่วม และมีระบบ M&E รายไตรมาส
ผลลัพธ์ขั้นสุดท้าย (Final Outcomes / Impact)
ผลลัพธ์เชิงสุขภาพประชากรและความยั่งยืน
อัตราตายจากมะเร็งปากมดลูกในสตรีจังหวัดสงขลาลดลง ตามเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ชาติและ WHO (Elimination target: incidence < 4/100,000)
เพิ่มอัตราการตรวจพบระยะเริ่มต้น เพิ่มโอกาสการรักษาหายขาด
ความเหลื่อมล้ำการเข้าถึงบริการ ของสตรีกลุ่มเป้าหมาย (โดยเฉพาะผู้ใช้สิทธิประกันสังคมและข้าราชการ) ลดลง
ประชาชนเกิดค่านิยมใหม่ “ตรวจคัดกรอง = ปกป้องครอบครัว”
ระบบบริการสุขภาพด้านการป้องกันมะเร็งปากมดลูกในสงขลา มีความยั่งยืน บูรณาการ และต่อเนื่อง (Ecosystem)