รายละเอียดจำนวนกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับบริการ
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร จำนวน 80 แห่ง
ปัญหาในพื้นที่ซึ่งเป็นที่มาของโครงการเรือธง
ความเหลื่อมล้ำด้านบุคลากรของหน่วยบริการปฐมภูมิ รูปแบบและระบบการทำงานร่วมกันระหว่างแม่ข่ายหน่วยบริการสาธารณสุขกับลูกข่ายในฐานะหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิที่มีความพร้อมแตกต่างกัน ซึ่งมีทั้งที่แม่ข่ายมีความพร้อมมาก ปานกลาง และน้อยในการบุคลากรภายในหน่วยบริการ งบประมาณ และการบริหารจัดการ ส่งผลต่อมาตรฐานในการจัดบริการของหน่วยบริการปฐมภูมิทั้งในฐานะหน่วยบริการปฐมภูมิหลัก และในฐานะของลูกข่าย อีกทั้งการปรับเปลี่ยนบทบาทของโรงพยาบาลในฐานะแม่ข่าย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอในฐานะหน่วยควบคุมกำกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดในฐานะผู้บังคับบัญชา รวมทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในระดับพื้นที่ ทำให้เกิดช่องว่างในการจัดบริการที่แตกต่างไปจากเดิม ทั้งในด้านตัวชี้วัดความสำเร็จในงานสาธารณสุข การสนับสนุนคน เงิน และสิ่งของ ดังนั้นการที่ให้บุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลส่งเสริมตำบลต้องมีความสามารถในการวิเคราะห์และจัดรูปแบบในการให้บริการที่ตรงกับสภาพปัญหา มีความพร้อม มีการออกแบบรูปแบบในการให้บริการที่เหมาะสมกับพื้นที่ แต่สิ่งที่ท้าทายคือความมีมาตรฐานในการจัดบริการของหน่วยบริการปฐมภูมิ ที่ทุกโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลต้องสามารถส่งต่องานบริการที่มีคุณภาพ
ขั้นตอนการดำเนินงานของโครงการเรือธง
1. กลุ่มเป้าหมาย
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร 80 แห่งเข้าสู่ระบบมาตรฐานสถานพยาบาลปฐมภูมิ สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (สรพ.)
2. กิจกรรม
จัดประชุมกำหนดเป้าหมายในการก้าวเข้าสู่หน่วยบริการปฐมภูมิที่มีคุณภาพ
1.จัดทำเอกสารและสมัครเข้ารับการประเมินส่งหนังสือแสดงเจตจำนงเข้าสู่กระบวนการพัฒนาคุณภาพ ต่อ สรพ. (กย.68)
2.จัดทำคำสั่งคณะทำงานพัฒนาคุณภาพหน่วยบริการปฐมภูมิในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร หน่วยละ 3 คน (กย.68)
ระยะที่ 1 (ภายในเดือน ธันวาคม 2568)
3.ประเมินตนเอง
- อบรมหลักสูตรพื้นฐานการพัฒนาคุณภาพ/มาตรฐาน (3 กย.68)
- ทบทวนและประเมินตนเองตามแบบประเมินขั้นพัฒนา (25 กย.68)
- ทบทวนแบบประเมินตนเอง ตามรอยหน้างาน และประเมินกันเองร่วมกับ พี่เลี้ยงคุณภาพที่ผ่านการอบรมหลักสูตรพี่เลี้ยง (รพสต./รพช./สสอ./สสจ./อบจ.)
4.ประเมินโดยเครือข่าย
- จัดส่งแบบประเมินตนเองและความเห็นของพี่เลี้ยงฯ ให้กับ สรพ.(ตค.68)
- เข้าร่วมกิจกรรมสร้างการเรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพ (รพสต.ละ 3 ท่าน) โดยมี “ผู้ประเมินการพัฒนา”ที่ขึ้นทะเบียนกับ สรพ. ร่วมเรียนรู้ความสำเร็จในการปฏิบัติระดับขั้นการพัฒนาคุณภาพ และสรุปรายงานผลการประเมินการพัฒนาคุณภาพแก่ สรพ. เสนอต่อ สรพ. (พย.68)
ระยะที่ 2 (ภายในมีนาคม 2569)
รับรองการพัฒนาคุณภาพ
1.ศูนย์การเรียนรู้ฯ สอบทานความสอดคล้องตามแนวทางของ สรพ.(ธค.68)
2.ส่งรายงานผลการประเมินการพัฒนาคุณภาพแก่สถาบัน (มค.69)
3.กลุ่มภารกิจส่งเสริมการพัฒนาและฝึกอบรม พิจารณากลั่นกรองและเสนอผู้อำนวยการสถาบันพิจารณาอนุมัติการรับรองการพัฒนาคุณภาพ (กพ.69)
4.แจ้งผลการรับรองการพัฒนาคุณภาพ รายงานข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนาต่อเนื่อง และการปฏิบัติหลังการรับรองแก่สถานพยาบาล (มีต.69)
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับหรือผลการดำเนินการ
ประชาชนได้รับบริการจากสถานบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมและตรงกับสภาพปัญหาด้านสุขภาพตามบริบทในแต่ละพื้นที่
ผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เข้าใจในระบบการสาธารณสุขในระดับปฐมภูมิและสนับสนุนการขับเคลื่อนของสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร สู่หน่วยบริการปฐมภูมิคุณภาพ
สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร มีแนวทางในการจัดการบริการของหน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้าถึงและตรงกับปัญหาสุขภาพที่แท้จริงของพื้นที่
ภาพกิจกรรม
ข้อมูลสารสนเทศ
1.งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค รับผิดชอบงานโดย นายปัญจะ ยาแก้ว ผู้ช่วยนักวิชาการสาธารณสุข
บทวิเคราะห์
ในการจัดบริการวัคซีนกลุ่มอายุครบ 1 ผลการดำเนินงานครอบคลุม 100 % ซึ่งเป็นกระบวนการในการติดตามงาน โดยใช้ระบบการส่วนร่วมจาก อสม. ที่รับผิดชอบละแวก นอกจากนี้ รพ.สต. ยังใช้กระบวนการติดตามโดยมีหนังสือติดตามไปถึงผู้ปกครอง และมีการตั้งกลุ่มไลน์สำหรับผู้ปกครองเพื่อแจ้งข่าวและบริการ จึงสามารถติดตามได้ครอบคลุมทั้งหมด
ข้อเสนอเพื่อการพัฒนา
เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง รพ.สต. ได้กำหนดแนวทางในการพัฒนา อสม. สาขาควบคุมและป้องกันโรคติดต่อ ให้มีทักษะและความสามารถในการติดต่อให้คำแนะนำในกลุ่มเป้าหมายเพิ่มขึ้น โดยใช้งบประมาณจากกองทุนตำบลในพื้นที่
2.งานป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อ รับผิดชอบงานโดย นางสาวบรรเจิด สละชุ่ม นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ
บทวิเคราะห์
จากกราฟ พบว่าในการตรวจคัดกรองกลุ่ม 35 ปีขึ้นไป มีความครอบคลุมในการให้บริการร้อยละ 89.97 และมีการตรวจยืนยัน ร้อยละ 73.39 และกลุ่มป่วยสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 41.45 ซึ่งปัจจัยสู่ความสำเร็จในการตรวจคัดกรอง และการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด รพ.สต. ห้วยเขนได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ควบคู่กับการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวกับ 3 อ 2 ส เพื่อให้เห็นผลที่ชัดเจน
ข้อเสนอเพื่อการพัฒนา
วิเคราะห์หลักสูตรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มป่วย เพื่อนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ ในการควบคุมระดับน้ำตาลของผู้ป่วย
บูรณาการกิจกรรม 3 อ 2 ส ให้เป็นรูปธรรมที่ยั่งยืนและขยายผลการดำเนินงานโดยผ่าน Health station ระดับหมู่บ้านและพัฒนา อสม. ให้เป็นแกนนำสุขภาพแบบหวังผล